นายคทาหัตถ์  ทองแป้น  นายสราวุธ  ศาลางาม  นายชัยสิทธิ์  แสนดัง  นายชลธิศ  ช้างศิริกุลชัย  นายเพชรินทร์  ทิพย์พิมล ผู้วิจัยพาหนะไฟฟ้าอเนกประสงค์สำหรับรถเข็นคนพิการ จากภาควิชาครุศาสตร์เครื่องกล คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ การันตีด้วยรางวัลนวัตกรรมเทคโนโลยี ปี 2550  รางวัลสร้างสรรค์  ประเภทนวัตกรรมเพื่อคนพิการ โดยมีอาจารย์วิรัช  จิรเสาวภาคย์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ต้องการสร้างอุปกรณ์ช่วยสนับสนุนการเดินทาง ของคนพิการที่ไม่ค่อยแข็งแรง และใช้รถเข็นนั่งธรรมดา โดยลดการพึ่งพาคนรอบข้าง และสามารถเดินทางได้ระยะทางไกลระดับหนึ่ง โดยอุปกรณ์ดังกล่าวเป็นส่วนประกอบเพิ่มเข้ากับตัวรถเข็น ซึ่งมีราคาไม่สูง  น้ำหนักไม่มากนัก  ขนาดกะทัดรัดและใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า เพื่อลดมลภาวะ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมรวมทั้ง ยังเป็นพาหนะเอนกประสงค์ใช้เดินทางระยะใกล้ สำหรับคนปกติหรือเป็นของเล่นสำหรับเด็กได้
           ลักษณะของอุปกรณ์ ประกอบด้วยโครงฐานที่ติดตั้งแบตเตอรี่ 3 ลูกพร้อมชุดขับกำลังไฟฟ้า และชุดมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง พร้อมชุดทดรอบส่งกำลังด้วยโซ่ไปยังล้อขับหลังเพียงข้างเดียว และล้อหลังอีกข้างหนึ่งติดตั้งชุดดรัมเบรกแบบสาย โดยมีโครงครอบฐาน ส่วนหน้าของโครงฐาน มีชุดรับดุมล้อหลังของรถเข็นพร้อมชุดล็อค ที่พับได้ปรับยกชุดกลไกทางกล   ด้วยมือและส่วนหน้าของชุดรับดุมล้อ มีโครงสร้างยึดชุดคอหน้าที่ยึดล้อบังคับเลี้ยวหน้า ส่วนบนของคอมีชุดรองรับแกนบังคับเลี้ยวที่ สำหรับติดตั้งชุดปลอกแฮนด์คันเร่ง และเบรคถอดประกอบได้ติดตั้งกับแฮนด์ ทั้งชุดแกนบังคับเลี้ยวสามารถเลื่อนออกไปข้างหน้า และหมุนขึ้นมาล็อคกับส่วนบนของชุดคอได้ เมื่อต้องการใช้งาน  การใช้งานโดยดึงคันโยกยกชุดล๊อคดุมล้อขึ้น และเข็นรถถอยหลังเข้าหา ชุดรับดุมล้อปรับคันโยกให้ชุดล๊อคดุมล้อ และดึงชุดแกนบังคับเลี้ยวเลื่อนขึ้นมา ประกอบชุดแฮนด์ เปิดสวิทช์พร้อมสำหรับการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าได้ และการถอดรถเข็นออกจากอุปกรณ์ก็ ทำย้อนกลับขั้นตอนการประกอบ ขนาดของอุปกรณ์พร้อมรถเข็น กว้างประมาณ 60 เซนติเมตร และยาวประมาณ 80 เซนติเมตร น้ำหนักรวมรถเข็นประมาณ 50 กิโลกรัม เป็นพาหนะที่สามารถใช้ประกอบ และถอดกับรถเข็นคนพิการแบบธรรมดาได้ และเคลื่อนที่ไปด้วยระบบไฟฟ้า โดยมีความเร็วในโหมดความเร็วต่ำ และโหมดความเร็วสูงสำหรับคนปกติและเด็ก รับน้ำหนักได้ 100  กิโลกรัม   สามารถข้ามสิ่งกีดขวางที่มีความสูง 5 เซนติเมตรได้ สามารถขึ้นทางลาดเอียงได้ 10 – 12 องศา  
       

      อุปกรณ์ดังกล่าว เป็นพาหนะที่สามารถใช้ประกอบรถเข็นคนพิการแบบธรรมดา และเคลื่อนที่ไปด้วยระบบไฟฟ้าโดย มีความเร็วในโหมดความเร็วต่ำ ที่ 6 – 13 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และอาจมีความเร็วในโหมดความเร็วสูง สำหรับคนปกติและเด็ก ที่ 25 – 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เดินทางได้ 15 – 20 กิโลเมตร ต่อการชาร์จไฟ 1 ครั้ง (ขึ้นกับความจุแบตเตอรี่) รับน้ำหนักได้ 100 กิโลกรัม และอาจจะสามารถข้ามสิ่งกีดขวาง ที่มีความสูง 5 เซนติเมตรได้ สามารถขึ้นทางลาดเอียงได้ 10 – 12 องศา รัศมีวงเลี้ยว 1.5 เมตร
       การออกแบบแนวคิดผลิตภัณฑ์ใช้เทคนิค Quality Function Deployments (QFD) ในการวิเคราะห์องค์ประกอบใน การออกแบบผลิตภัณฑ์ และใช้เทคนิคการแก้ปัญหาของ Triz  ในการแก้ปัญหาการออกแบบฟังก์ชันการทำงานที่ขัดแย้งกัน ในแต่ละองค์ประกอบ จากนั้นทำการออกแบบรายละเอียด และทำการตรวจเช็ค ปรับปรุงตัวแบบผลิตภัณฑ์โดยใช้การจำลองสถานการณ์ ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ก่อนลงมือ ทำต้นแบบตัวจริงและปรับแต่งกับต้นแบบ จากนั้นทำการทดสอบสมรรถนะ   พาหนะไฟฟ้าอเนกประสงค์สำหรับรถเข็นคนพิการนับว่า มีประโยชน?ช่วยในการดูแลผู้พิการและผู้ป่วยในการเดินทาง รถเข็นคนพิการแบบขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า  ปัจจุบันมีราคาสูง คนพิการหรือผู้ป่วยที่ใช้รถเข็นที่มีรายได้น้อย และไม่ค่อยแข็งแรงนัก ประกอบกับมีอุปกรณ์ประกอบเสริมกับรถเข็นธรรมดา และสามารถช่วยพาให้เดินทางได้ด้วยตนเองได้ระยะทางไกลระดับหนึ่ง  ใช้การขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า
        ในกรณีเป็นสถานที่ที่ให้บริการสาธารณะประโยชน์เช่น โรงพยาบาล สถานสงเคราะห์ต่างๆ การมีอุปกรณ์เสริมประเภทนี้ สำรองไว้ที่จุดต้นทาง และปลายทางสามารถช่วยอำนวยความสะดวกได้ รถเข็นคนพิการแบบธรรมดา และแบบใช้ไฟฟ้า ปัจจุบันมีการพัฒนาไปไม่มากนัก เนื่องจากความอิ่มตัวทางการออกแบบทางเทคนิค การมองหามุมมองใหม่ๆ ทั้งในด้านการออกแบบระบบการทำงานใหม่เช่น สามารถประกอบและแยกออกมาใช้งานอื่นๆ ได้ และการมองในแง่การบริการเฉพาะจุด เพื่อความสะดวกของผู้ใช้ที่เป็นคนพิการที่ต้องการดูแลตัวเอง
         สอบถามรายละเอียดได้ที่ ภาควิชาครุศาสตร์เครื่องกล คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี         พระจอมเกล้าพระนครเหนือ โทรศัพท์ 0-2913-2500-24 ต่อ 3288 หรือ 081-687-3134, 081-588-2736  หรือ   E-mail : wjr@kmutnb.ac.th

                                                                                                                                             

.

 


จำนวนครั้งที่ดูข่าว 2893 ครั้ง