พระอัจฉริยภาพในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว : ๒๐๕ พรรษา แห่งพระบรมราชสมภพ

     ผู้ช่วยศาสตราจารย์จรรยา   ทองดี
ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมและกิจการทั่วไป : ร้อยกรองและเรียบเรียง

        “พระจอมเกล้าเอกอัครองค์กษัตรา  พระบิดาวิทยาศาสตร์ชาติไทย
ทรงเปรื่องปรีชาสรรพวิชาแผนใหม่   ปืนใหญ่ดาราภาษาพยากรณ์
        วิเทโศบายทุกชาติเป็นมิ่งมิตร เศรษฐกิจปกครองศึกษาสัญจร
ธ ปรับวิถีเปลี่ยนระบบมิหยุดหย่อน     ดับร้อนสร้างเย็นไทยเป็นอารยชาติ
        ลูกประดู่แดง น้อมเกล้ากตัญชลี   ถวายราชสดุดีอาศิรวาท
 เดชะพระบารมีพระจอมเกล้าราช   ประสิทธิ์ประสาท  มจพ.  ยิ่งเกรียงไกร”
 
        พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 แห่งบรมราชวงศ์จักรี ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศ
หล้านภาลัยรัชกาลที่ 2 และสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชชนนี  ทรงพระบรมราชสมภพในวันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2347 ทรงผนวชเมื่อพระชนมายุ
ครบ   20  พรรษา    และในปี พ.ศ. 2394  พระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการผู้ใหญ่ได้กราบบังคมทูลอัญเชิญ ให้ทรงลาสิกขาบทเพื่อทรงขึ้นเถลิงถวัลย์ราช
สมบัติในวันที่ 4 เมษายน พ.ศ.2394 เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม  พ.ศ. 2411
 
        พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองและประเพณีอันล้าสมัย เพื่อความทันสมัยให้สอดคล้องกับสถานการณ์ภายนอกประ
เทศไทย  เพื่อแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีอารยธรรมและเป็นที่ยอมรับของนานาชาต ิซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมเป็นครั้งแรกของ
ประเทศ ทรงใช้พระบรมราโชบายผสมผสานระหว่างตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน  ดังที่ทรงมีพระราชดำรัสว่า “อย่าติดของเก่า อย่าตื่นของใหม่
จงคิดหาดีในของเก่าและของใหม่”
 
        ทรงครองราชย์ด้วยทศพิธราชธรรมและพระปรีชาสามารถอย่างล้ำเลิศตลอดระยะเวลา 17 ปี  ทรงเป็นทั้งพระเจ้าแผ่นดิน พระบิดาพระผู้นำของปวงชน 
ชาวไทย และคณะผู้ก้าวหน้าในหมู่ชาวต่างประเทศ    ซึ่งนิยมขนานพระนามพระองค์ว่า  “King  Mongkut” ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัป
การ    ทรงสร้างสรรค์บ้านเมืองให้มีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมนานาอารยประเทศ  เพื่อให้ไทยเป็นชาติที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ ทรงมีสายพระ
เนตรอันยาวไกล   พระราชกรณียกิจหลายประการ  อันเป็นพระราชดำริริเริ่ม เป็นสิ่งที่บังเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย และเป็นประโยชน์สุขต่อประชา
ชน  และประเทศชาติเป็นอย่างยิ่งสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
 
        ด้านการเมืองและการปกครอง   ทรงปรับปรุงประเทศไปสู่รากฐานประชาธิปไตยสมัยใหม่ ทรงวางรากฐานให้แก่สถาบันพระมหากษัตริย์ในแง่
ความสุภาพ อ่อนน้อม ถ่อมตน ความสำนึกในหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ที่พึงมีต่อประชาชน ทรงเป็นกษัตริย์พระองค์แรกที่เสวยน้ำพระพิพัฒน์สัตยาเพื่อ
ทรงอธิษฐานตั้งจิตจะทรงซื่อสัตย์ สุจริตและรักษาความยุติธรรมแก่พระบรมวงศานุวงศ์ ไพร่ฟ้า ข้าราชบริพาร เสด็จฯ ออกรับฎีกาของชาวบ้านด้วยพระ
องค์เองเดือนละ 4 ครั้ง
 
        ด้านการต่างประเทศ   ทรงเปิดโลกทัศน์และนำอิทธิพลทางอารยธรรมของประเทศตะวันตกมาปรับปรุงประเทศให้ทันสมัย     ทรงศึกษาวิทยาการ
ทางการทูตและการปกครองบ้านเมืองแบบตะวันตก ทรงเปิดสัมพันธภาพทางการทูตกับต่างประเทศและทรงบริหารประเทศด้วยนโยบายเป็นไมตรี   และ
ไม่ผูกขาดกับมหาอำนาจเพียงชาติใดชาติหนึ่ง  ทำให้ประเทศไทยได้เป็นไมตรีกับประเทศที่สำคัญในทวีปยุโรป  และอเมริกาเกือบทั้งหมดทรงให้แก้ไข
หนังสือสัญญาทางพระราชไมตรีและการค้า ทรงทำทุกวิถีทางที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักและสร้างความสัมพันธ์อันดีกับทุกประเทศเพื่อให้ประเทศ
ต่างๆ เหล่านั้นเคารพอธิปไตยของไทย ทรงตระหนักว่าจะต้องทรงปฏิรูปกฎหมาย ขนบธรรมเนียมประเพณีต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับแนวคิดทางตะวันตกเพื่อ
ป้องกันมิให้ประเทศต่าง ๆ เหล่านั้น ยกเป็นข้ออ้างเพื่อแทรกแซงกิจการภายในประเทศไทยได้
 
        ด้านดาราศาสตร์และดาราศาสตร์การเดินเรือ ทรงพระปรีชาสามารถอย่างลึกซึ้ง ทรงคำนวณได้อย่างแม่นยำไว้ล่วงหน้าเป็นเวลาถึง 2 ปีว่าจะเกิด
สุริยุปราคาเต็มดวงที่  ตำบลหว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  ในวันที่ 18 สิงหาคม  พ.ศ. 2411 ทรงวางรากฐานที่จะนำวิทยาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโล
ยี แผนใหม่เข้ามาใช้ในการบริหารประเทศอย่างระมัดระวัง   และดัดแปลงให้เหมาะสมกับสิ่งแวดล้อมและสถานการณ์ของประเทศ   อาทิ   ด้านการวิจัยและ
การสถาปนาเวลามาตรฐาน รัฐบาลสมัยพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ จึงมีมติให้วันที่ 18 สิงหาคม เป็นวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2525 และได้ประ
กาศยกย่องว่า พระองค์ทรงเป็นพระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย 
 
        ด้านการแพทย์  สาธารณสุข  และสิ่งแวดล้อม ทรงโปรดให้ใช้การรักษาพยาบาลทั้งแบบไทยและแบบตะวันตกทรงยอมรับความเจริญทางด้าน
การแพทย์และการผดุงครรภ์สมัยใหม่มาใช้ในราชสำนัก  ทรงเห็นความจำเป็นและประโยชน์ของการรักษาที่อยู่อาศัย   และถนนหนทางให้สะอาด ทรงประ
กาศห้ามราษฎรทิ้งสิ่งปฏิกูลลงในแม่น้ำ ลำคลอง และให้ราษฎรระมัดระวังเรื่องไฟไหม้บ้าน   ด้านโหราศาสตร์   ทรงพยากรณ์ทำนายดวงชะตาได้แม่นยำ
อย่างหาผู้ใดเสมอได้ ทรงพระราชนิพนธ์ตำราตรีภพ   ซึ่งใช้ในการพยากรณ์โชคชะตาราศี ที่โหรหลวงและนักโหราศาสตร์ใช้เป็นหลักในการพยากรณ์จนถึง
ปัจจุบันนี้
 
        การคมนาคมและการสื่อสาร   ทรงวางรากฐานการคมนาคมสมัยใหม่ ทรงโปรดให้สร้างถนน สะพานและขุดคลองเพิ่มเส้นทางคมนาคมทั้งทางบก
และทางน้ำ  เพื่อเป็นคลองขนส่งทางน้ำ เป็นผลให้เกิดการขยายตัวทางการค้าและการเพาะปลูก 
 
        ด้านการทหาร    ทรงเห็นความสำคัญของแสนยานุภาพทางการทหาร เพราะเป็นที่มาของอำนาจเหนือเมืองทั้งปวง ทรงปรับปรุงกิจการทหารให้มี
ประสิทธิภาพและทันสมัยพร้อมกันหลายๆ ด้านอย่างเร่งด่วน   ทั้งการจัดกำลัง  การจัดหาอาวุธ การฝึก และยุทธวิธี   ทรงให้นายทหารอังกฤษมาช่วยปรับ
ปรุงและฝึกอบรมทหารราบ
 
        ด้านการเงินการคลัง  ทรงโปรดให้ใช้เงินเหรียญที่ผลิตด้วยเครื่องจักรแทนเงินพดด้วง และทรงโปรดให้ตั้งโรงกษาปณ์แห่งแรกในประเทศไทยทรง
ให้เสียภาษีขาเข้าและขาออกแทน ค่าธรรมเนียมปากเรือ
 
        ด้านการพิพิธภัณฑ์    ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกที่ทรงเริ่มจัด ให้มีพิพิธภัณฑ์สถานขึ้นในประเทศไทย ทรงโปรดให้นำสิ่งของไปร่วมจัด
แสดงในงานพิพิธภัณฑ์นานาชาติ นับเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยได้ส่งศิลปวัตถุโบราณของชาติไปแสดงถึงทวีปยุโรปซึ่งจุดเริ่มต้นบทบาทของพิพิธภัณฑ์
์เพื่อการศึกษา ในฐานะเป็นแหล่งศึกษาความรู้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของชาติ 
 
        ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี    พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงศึกษาวิชาประวัติศาสตร์อย่างลึกซึ้ง  พระองค์ทรงพระราชนพนธ์ิ
บทความวินิจฉัยประวัติศาสตร์หลายเรื่อง ทำให้คนไทยได้รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์สมัยก่อนของไทยเพิ่มมากขึ้น 
 
        ด้านภาษาและวรรณกรรม   ทรงฝักใฝ่พระราชหฤทัยในภาษาไทย  ทรงกวดขันเรื่องการใช้ถ้อยคำในภาษาเขียน และการกราบทูลเรื่องราวต่าง ๆ
ว่าคำใดควรใช้หรือมิควรใช้  ได้พระราชทานคำอธิบายให้แบบอย่างไว้     ทรงพระปรีชาสามารถหลายภาษา จึงทรงได้รับการยกย่องว่าทรงเป็นพระมหา
กษัตริย์ที่ทรงเชี่ยวชาญภาษาต่างประเทศ ทรงเป็นกษัตริย์ของประเทศทางตะวันออกพระองค์แรกที่ทรงศึกษาภาษาอังกฤษจนสามารถใช้ได้อย่างดียิ่ง
ทรงมีพระราชหัตถเลขาเป็นภาษาอังกฤษไปยังนานาประเทศ  รวมทั้งบุคคลสำคัญบางคนในประเทศ ทรงพระราชนิพนธ์ทั้งร้อยแก้วและร้อยกรองไว้มาก
มาย  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นร้อยแก้ว
 
        ด้านการศาสนา  ในขณะที่ทรงผนวชพระองค์ทรงตั้งพระทัยศึกษาค้นคว้าถึงความรู้ทางหลักพระพุทธศาสนาและพระวินัยจนทรงแตกฉานเชี่ยวชาญ
ในภาษามคธทั้งบาลีและสันสกฤตจนสามารถสอบสวนข้อความต่าง ๆ จากพระไตรปิฎกได้ทุกฉบับ ทรงตั้ง   “ธรรมยุติกนิกาย”  เพื่อปฏิรูปพระพุทธศาสนา
และฟื้นฟูด้านวัตรปฏิบัติของสงฆ์ ทรงกำหนดให้วันมาฆบูชาเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 
 
        พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระปรีชาญาณอย่างลุ่มลึกในศาสตร์ต่างๆ หลากหลายสาขา  และได้ทรงนำพระปรีชาญาณอันลุ่มลึก ใน
ศาสตร์สาขาต่างๆ เหล่านั้นมาใช้ในการบริหารจัดการบ้านเมืองให้เกิดความเจริญสุขสวัสดิ์วัฒนาอย่างมหาศาลแก่ชาติและประชาชนทั่วหน้า ในวาระมหา
มงคลแห่งพระบรมราชสมภพ ครบ ๒๐๕ พรรษา  พระองค์จึงทรงเป็นจอมราชัน ที่ทรงสถิตเป็นพระมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยและของชาวมหาวิทยาลัย
เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ไปชั่วนิจนิรันดร 

 

 

 

 


จำนวนครั้งที่ดูข่าว 6263 ครั้ง