รศ.ภูดิส ลักษณะเจริญ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า
พระนครเหนือ (มจพ.)   ได้รับทุนวิจัยร่วมกับ  ดร.แมทธิว เดลีย์ อาจารย์ประจำสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย (เอไอที) จำนวน  9

แสนบาท พัฒนาหุ่นยนต์ภายใต้แนวคิด "เหยื่อ-ผู้ล่า" สำหรับปฏิบัติภารกิจสะกดรอยเป้าหมายต้องสงสัย ในภาคสนามจริง  เป็นการ

นำเสนอแนวคิด จากเหยื่อ-ผู้ล่า หรือ Predator-prey นำมาประยุกต์ใช้กับการสะกดรอยเป้าหมายที่ต้องสงสัยดดยใช้หลักการของ
การประมวลผลภาพ (Image Processing) มีกานพัฒนาในส่วนของ algorithms   แบบใหม่ที่จะช่วยให้หุ่นยนต์เคลื่อนที่ตัวหนึ่ง
สามารถทำการสะกดรอยหุ่นยนต์เคลื่อนที่อีกตัวหนึ่ง  โดยการทดสอบ   algorithms  นี้จะทำการแสดงหุ่นยนต์เคลื่อนที่ (mobile
robot) จำนวนสองตัวคือ หุ่นยนต์ที่ทำหน้าที่เป็นเหยื่อ (prey) ซึ่งจะเป็นหุ่นยนต์เคลื่อนที่โดยทั่วไปทำการควบคุมด้วยรีโมท  เพื่อ
ให้สามารถถูกตรวจจับได้ และหุ่นยนต์อีกตัวทำหน้าที่เป็นผู้ล่า (predator) โดยหุ่นยนต์ที่เป็นผู้ล่านี้จะเป็นหุ่นยนต์เคลื่อนที่ที่มีการ
ติดตั้งกล้องวีดีโอที่สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวได้และหน่วยประมวลผลที่สามารถไล่ล่าหุ่นยนต์เหยื่อได้ในบริเวณนอกสถานที่
“เบื้องต้นของการวิจัยจะต้องพัฒนาให้หุ่นยนต์มีความฉลาดด้านการจดจำ    และสามารถเคลื่อนที่เข้าหาได้อย่างแม่นยำ และการ
ทดสอบประสิทธิภาพของหุ่นยนต์จริงๆ  ที่สนามถือเป็นความรู้ขั้นพื้นฐานที่จะก้าวสู่หุ่นยนต์เฝ้ายาม หรือหุ่นยนตเก็บผลไม้ทดแทน
แรงงานคนในอนาคต” รศ.ภูดิส กล่าว

    การพัฒนาหุ่นยนต์ขึ้นมี 2 ตัว  ตัวแรกจะเป็น "ผู้ล่า"  มีขนาดเท่ากับสุนัขพันธุ์พุดเดิล สมมติฐานให้ทำหน้าที่คล้ายกับแมว คือ

มีดวงตาจับสีของวัตถุและประมวลผลด้วยตัวเอง เบื้องต้นจะฝึกให้จดจำสีแดง และเคลื่อนที่เข้าไปหาด้วยล้อตีนตะขาบที่เหมาะกับ

ทุกพื้นผิว หุ่นยนต์อีกตัวที่จะพัฒนาเป็น  "เหยื่อ" ขนาดเท่ารถบังคับเด็กเล่น สมมติฐานว่าเป็นเหยื่อด้วยการติดแถบสีแดง สำหรับ

เป็นเป้าล่อให้หุ่นผู้ล่าสามารถจับภาพพร้อมเคลื่อนที่เข้ามาหา ประเมินผลความแม่นยำของระบบความอัจฉริยะ

    รศ.ภูดิส เพิ่มเติมว่า เป็นการพัฒนาศักยภาพ ความโดดเด่นของแต่ละมหาวิทยาลัย มาบูรณาการความรู้กล่าวคือ มหาวิทยาลัย
เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ซึ่งมีชื่อเสียงทางด้านหุ่นยนต์ ร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย ที่มีความเชี่ยวชาญ
ในเรื่องระบบ vision ทางคอมพิวเตอร์ การพัฒนาหุ่นยนต์ที่มีความสามารถในการเป็นนักล่า  จะเป็นประโยชน์อย่างกว้างขวางต่อ
วงการวิจัยที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานรักษาความปลอดภัย  งานสะกดรอยวัตถุต้องสงสัยหุ่นยนต์เฝ้ายาม  สำหรับตรวจจับ  
บุคคลที่ละเมิดเข้าเขตหวงห้าม  โดยเพิ่มอุปกรณ์เตือนในรูปของสัญญาณ  หรือจะส่งข้อความแจ้งเตือนมายังโทรศัพท์มือถือของ
เจ้าของหุ่นยนต์
     “การพัฒนาหุ่นยนต์นักล่า   จะทำให้นักวิจัยไทยมีองค์ความรู้ใหม่สำหรับประยุกต์ใช้ในวงการวิจัยบ้านเราเอง  แถมประยุกต์
ได้หลากหลาย  ลดพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติที่มีราคาแพง  และที่สำคัญหากพัฒนาเป็นสำเร็จจะทำให้นักวิชาการหุ่นยนต์ไทย
เป็นที่ยอมรับจากต่างชาติเพราะไทยจะเป็นผู้นำรายแรกที่พัฒนาหุ่นยนต์ผู้ช่วยมนุษย์ที่ออกทำงานภาคสนามเชิงปฏิบัติการได้จริง”
 

ขวัญฤทัย ข่าว / ปราการ ถ่ายภาพ

 

 

 

 


จำนวนครั้งที่ดูข่าว 1498 ครั้ง